สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com

 ประวัติโรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ
 


พลเรือตรี ทหาร  ขำหิรัญ

            กรมนาวิกโยธิน   ค่ายกรมหลวงชุมพร ตั้งอยู่บริเวณหาดเตยงาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เมื่อย้อนไปในอดีต การคมนาคม การเดินทางไปมายังเป็นไปด้วยความลำบาก จากค่ายกรมหลวงชุมพร ไปตลาดสัตหีบมีเพียงรถยนต์เก่า ๆ ใช้ถ่านเป็นเชื้อเพลิงเพียงคันเดียว ข้าราชการทหารและครอบครัวที่พักอาศัยอยู่ในค่ายยังไม่มี สวัสดิการใด ๆ ที่เอื้ออำนวยต่อความสะดวกสบาย

 

            ปีพุทธศักราช ๒๔๘๕ พลเรือตรี ทหาร  ขำหิรัญ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑  เห็นว่าในค่ายกรมหลวงชุมพร มีกำลังพลพักอาศัยอยู่จำนวนมาก และบุตรหลานข้าราชการยังไม่มีสถานศึกษาเล่าเรียน จึงมอบหมายให้ คุณครูฉวี  ปัญญาอรรถ รับผิดชอบดูแลสอนหนังสือให้แก่เด็ก ๆ  โดยใช้บริเวณใต้ถุนบ้าน พ.๑๕ (บ้านหลังนี้ได้ทำการรื้อถอน และสร้างบ้านใหม่เป็นบ้านพักนายทหารสัญญาบัตร ปัจจุบัน คือ บ้าน น.๔๙ ข้างบ้านมีสัญลักษณ์หลงเหลืออยู่เป็นต้นข่อยขนาดใหญ่อายุเกือบร้อยปี)

             
        บ้าน น.๔๙ อดีตเป็นที่ตั้งของบ้าน พ.๑๕ ข้างบ้านมีต้นข่อย


ครูฉวี ปัญญาอรรถ
  คนยืนบนขวาสุด


นาวาเอก ขุนศรีนาวา

            พุทธศักราช ๒๔๙๓ นาวาเอก ขุนศรีนาวา ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒  ท่านเป็นผู้มี วิสัยทัศน์ให้ความสำคัญต่อการศึกษา และคิดว่าจำเป็นจะ ต้องมีโรงเรียน  เพื่อบุตรหลานของ   ข้าราชการนาวิกโยธินที่รับราชการในพื้นที่สัตหีบ จากความคิดริเริ่มนี้ ท่านเห็นว่าที่บริเวณเชิงเขาด้านทิศเหนือของกรมนาวิกโยธิน มีอาคารเรือนไม้ชั้นเดียว  (อาคารหลังนี้เดิมอยู่ตรงเชิงเขาทางขึ้นบ้านพัก    ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อก่อนใช้เรือนไม้หลังนี้สำหรับเตรียมเป็นอาคารที่พักของข้าราชบริพารสร้างขึ้นคู่กับเรือนรับรอง เพื่อเตรียมการรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ แต่เนื่องจากพระองค์ทรงสวรรคต อาคารหลังนี้จึงยังมิได้ใช้งานแต่อย่างใด ปัจจุบันอาคารหลังนี้ได้ทำการรื้อถอนไปแล้ว คงเหลืออยู่แต่เรือนรับรอง)  เหมาะสำหรับเป็นที่ตั้งของโรงเรียน จึงได้ทำการปรับปรุงอาคารเรือนไม้แห่งนี้  จัดหาเครื่องใช้จำเป็นในการเรียนการสอน เช่น กระดานดำ โต๊ะเก้าอี้ของนักเรียนและครู พร้อมทั้งดำเนินการขออนุญาตจากข้าหลวงประจำจังหวัด จัดตั้งโรงเรียน



สถานที่ตั้งโรงเรียน บริเวณเชิงเขาทางขึ้นบ้าน
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

และได้รับใบอนุญาตเลขที่ ๕/๒๔๙๓  เมื่อวันที่  ๑๖  กันยายน  พุทธศักราช  ๒๔๙๓  อนุญาตให้ นาวาเอก ขุนศรีนาวา เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่เรือนไม้ชั้นเดียวในกรมนาวิกโยธิน ๑ หมู่ที่ ๑ ตำบลสัตหีบ กิ่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และเป็นผู้จัดการ ใช้ชื่อว่า “โรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ”  เป็นประเภทโรงเรียนสามัญ  สอนวิชาสามัญตามหลักสูตรประถมศึกษาของกระทรวง ศึกษาธิการ เปิดสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ ๑ ถึง ชั้นประถมปีที่ ๔ รับนักเรียน ไป – กลับ ชายและหญิง กำหนดเกณฑ์อายุนักเรียน ชาย- หญิง ที่เข้าเรียนอยู่ระหว่างอายุ ๔ ปี ถึง ๑๔ ปี  ในปีการศึกษาหนึ่งแบ่ง เป็น ๓ ภาคเรียน ภาคต้น ตั้งแต่ ๑๗ พฤษภาคม ถึง ๑๖ สิงหาคม ภาคกลาง ตั้งแต่ ๑ กันยายน ถึง ๔ ธันวาคม ภาคปลาย ตั้งแต่ ๒๐ ธันวาคม ถึง ๒๖ มีนาคม วันหยุดประจำสัปดาห์  เป็นวันอาทิตย์  ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตสามารถรับนักเรียนทั้งสิ้นได้ไม่เกินกว่า ๘๐ คน


                โรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ เปิดทำการสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๓ ในช่วงเริ่มต้น มีนักเรียนเพียง ๓๐ คนเท่านั้น  แต่ละวันเวลาเปิดทำการสอน ตั้งแต่ ๐๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๔.๔๕ นาฬิกา หยุดพักใหญ่ (พักกลางวัน) ๑๑.๔๕ นาฬิกา  ถึง ๑๒.๔๕ นาฬิกา หยุดพักน้อย (พักระหว่างเรียน) ๑๕ นาที รวมเวลาเรียนวันละ ๕ ชั่วโมง การจัดเก็บเก็บค่าเล่าเรียนจากนักเรียน แบ่งเป็นสามภาค ๆ ละ ๓๓ บาท และ ๓๔ บาท ตามลำดับ รวมค่าเล่าเรียนปีละ ๑๐๐ บาท มีบ้างเป็นครั้งคราวที่กรมนาวิกโยธินให้ความช่วยเหลือในด้านการเงิน

                นับแต่นั้นมาผู้ทำหน้าที่เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและผู้จัดการ จึงต้องเปลี่ยนไปโดยตำแหน่งของผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน  ซึ่งเป็นบางครั้งที่ผู้เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนอาจแต่งตั้ง    ผู้จัดการทำหน้าที่บริหารงานการจัดการศึกษาภายในโรงเรียน

            ปีพุทธศักราช ๒๔๙๕  การเมืองประเทศไทยเกิดการปฏิวัติ   มีคำสั่งยุบกรมนาวิกโยธิน และเปลี่ยนชื่อเป็น กองป้องกันสถานีทหารเรือสัตหีบ  จึงเปลี่ยนเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและผู้จัดการเป็นนาวาโท วิจิตร ชนไมตรี  รับใบอนุญาต วันที่ ๒๖ มกราคม พุทธศักราช  ๒๔๙๕ ขณะนั้นโรงเรียนมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จำเป็นที่จะต้องขยายห้องเรียนออกเป็น ๒ ห้อง ต่อมาวันที่ ๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๕ เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและเป็นผู้จัดการ เป็นนาวาตรี สิงโต           วาสิกคุตต์

                ปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๙๖  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและผู้จัดการ เป็นนาวาตรี ปลั่ง สมิตเมฆ  ได้ดำเนินการขออนุญาตต่าง ๆ ตามคำร้องที่ ๒๗/๒๔๙๘ ลงวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ.๒๔๙๘ โดยขอเปลี่ยนแปลงดังนี้  คือ เวลาหยุดพักกลางวัน เป็นเวลา ๑๑.๒๕ นาฬิกา ถึง ๑๒.๒๕ นาฬิกา ขอเปลี่ยนตารางสอนตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๔๙๘ และขอเปลี่ยนแปลงอัตราค่าเล่าเรียน เป็นเก็บค่าเล่าเรียนภาคละ ๕๐ บาท ปีละ ๑๕๐ บาท ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๔๙๘ เป็นต้นไป นอกจากนี้ในใบอนุญาตยังกำหนดให้สามารถรับนักเรียนได้รวมทั้งสิ้นมีจำนวนไม่เกินกว่า ๑๓๘  คน

                ปีพุทธศักราช ๒๔๙๗ ได้ย้ายโรงเรียนจากที่เดิมมาตั้งที่เรือนไม้ ๒ ชั้น หลังกองป้องกันสถานีทหารเรือสัตหีบ(ได้ทำการรื้อถอนไปแล้ว เป็นที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธิน ปัจจุบันคือ กองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน) 



นาวาโท วิจิตร ชนไมตรี



นาวาตรี สิงโต วาสิกคุตต์



นาวาตรี ปลั่ง สมิตเมฆ

       


บริเวณที่ตั้งอาคารเรียน
หลังโรงครัว กองพันทหารสื่อสาร กองพลนาวิกโยธิน


บริเวณที่ตั้งอาคารเรียน สังเกตต้นควินินคู่


นาวาตรี ชาย  อินทรประสิทธิ์

                ปีพุทธศักราช  ๒๔๙๘  มีการตั้งกรมนาวิกโยธินขึ้นใหม่ พลเรือจัตวา ประสงค์  พิบูลสงคราม เป็นผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๓  ไปศึกษาต่อต่างประเทศ  จึงมอบให้ นาวาตรี ชาย อินทรประสิทธิ์ เป็นผู้รับใบอนุญาต เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนและผู้จัดการ เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘  เปลี่ยนประเภทโรงเรียนเป็นประถมศึกษาในกรมนาวิกโยธิน และได้รับอนุญาต ให้รับนักเรียนเพิ่มขึ้นได้แต่ไม่เกิน ๒๒๔  คน  

 



พลเรือจัตวา ประสงค์ พิบูลสงคราม


            ปีพุทธศักราช ๒๔๙๙
 เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนเป็นพลเรือจัตวา ประสงค์ พิบูลสงคราม เมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ นาวาตรี ชาย อินทรประสิทธิ์ ยังคงรับหน้าที่เป็นผู้จัดการ ในระยะนี้โรงเรียนเจริญขึ้นมาก นักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นครูก็มากขึ้น ทำให้สภาพในโรงเรียนคับแคบมาก แม้จะทำการดัดแปลงแก้ไขแล้ว ก็ยังไม่เป็นการพอเพียงกับจำนวนเด็ก

                ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ สร้างโรงอาหารให้โรงเรียนใหม่ ที่มีความยาวเกือบเท่าตัวโรงเรียน  ได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมโรงเรียนราษฎร์ ได้แก่ค่าห้องสมุดเก็บปีละ ๕ บาท ค่าบำรุงกีฬาปีละ ๕ บาทค่าเวชภัณฑ์ปีละ ๕ บาท เปลี่ยน         ผู้จัดการเป็น นาวาตรี มณฑล  สังขกุล และได้รับใบอนุญาต  ตั้งแต่วันที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๐๐

นาวาเอก สนอง  นิสาลักษณ์


                วันที่ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียน เป็น นาวาเอก สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๔ และได้รับอนุญาต ให้รับนักเรียนเพิ่มขึ้นได้แต่ไม่เกิน ๒๔๑  คน

บริเวณที่ตั้งอาคารเรียน หลังกองพันทหารราบที่ ๑ กรมนาวิกโยธิน

 ปีพุทธศักราช ๒๕๐๒  เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๒  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียน เป็นพลเรือตรี หม่อมเจ้า กาฬวรรณดิศ ดิศกุล ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๕ ได้รับอนุญาตให้รับนักเรียนเพิ่มขึ้นได้แต่ไม่เกิน ๒๔๗  คน  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาตรี ประชา ขนิษฐชาติ ต่อมาได้เปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาโท สมจิตร ธัมมรัคคิต มีการพัฒนากิจการภายในของโรงเรียนให้เจริญมากขึ้น เช่น ปรับถมพื้นที่บริเวณโรงเรียน ,สร้างสนามเด็กเล่น ๑ แห่ง,ปรับปรุงทาสีอาคารเรียนทั้งในและนอก ,จัดงานวันเด็กโดยให้มีกิจกรรมการแสดงของเด็ก และสร้างโต๊ะรับประทานอาหาร เป็นต้น และเปลี่ยนวันหยุดประจำสัปดาห์เป็นวันเสาร์ – อาทิตย์

           

            ปีพุทธศักราช ๒๕๐๓  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาโท โสภณ  สุญาณเศรษฐกร รับมอบใบอนุญาตเมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๓    ผู้รับใบอนุญาตเป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนยังเป็น พลเรือตรี หม่อมเจ้า กาฬวรรณดิศ  ดิศกุล


พลเรือตรี หม่อมเจ้า
กาฬวรรณดิศ ดิศกุล

                ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ ได้ซ่อมห้องเรียนให้ใช้ได้เพิ่มขึ้นอีก ๑ ห้อง สำหรับนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๕  ที่ขยายขึ้นใหม่  ปลายปี ๒๕๐๔ สร้างห้องเรียนเพิ่มอีก ๓ ห้องเรียน  สร้างโรงอาหารใหม่ จัดซื้ออุปกรณ์การสอน และเครื่องใช้สำนักงาน ทั้งวาง โครงการขยายชั้นเรียนอีก ๑ ห้อง คือ ชั้นประถมปีที่ ๖ และโครงการเพื่อความเจริญก้าวหน้าของนักเรียน

                ปีพุทธศักราช  ๒๕๐๕  ขยายชั้นเรียน ถึงชั้นประถมปีที่ ๖ และเปิดเรียนทางวิทยุศึกษา

                ปีพุทธศักราช  ๒๕๐๖ สร้างห้องเรียนเพิ่มขึ้น ๔ ห้อง   และขยายชั้นเรียนอีก ๑ ชั้น  คือ ชั้นประถมปีที่ ๗  และรับเด็กเพิ่มจาก ๓๓๑ คน เป็น ๔๕๐ คน  ต่อมาเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาโท สิทธิพล  เจริญผล

                ปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ ขยายชั้นเรียนอีก ๑ ชั้น คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และขอรับนักเรียนหญิงเรียนร่วมกับนักเรียนชายในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดย พลเรือตรี หม่อมเจ้า กาฬวรรณดิศ ดิศกุล ผู้เป็นเจ้าของโรงเรียน วางโครงการไว้ว่า จะขยายชั้นเรียนในทุกปีการศึกษา จนถึงชั้นสูงสุด คือ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  แต่ติดปัญหาอุปสรรคอยู่ที่อาคารสถานที่เรียนไม่เพียงพอ ต่อมาเปลี่ยนเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนเป็น พลเรือตรี สนอง นิสาลักษณ์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๖ เมื่อวันที่ ๑๔  เมษายน พุทธศักราช ๒๕๐๗


พลเรือตรี สนอง นิสาลักษณ์

 


                ปีพุทธศักราช ๒๕๐๘  ในต้นปีการศึกษาได้ยกเลิกการขยายชั้นเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ระหว่างนี้ผู้จัดการโรงเรียนได้ขอเงินสนับสนุนจากสภาจังหวัดชลบุรี จำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาท) เพื่อสร้างโต๊ะเรียน และขอยืมเงินจากกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๖๐๐,๐๐๐ บาท (หกแสนบาท) สำหรับสร้างอาคารเรียนหลังใหม่  และได้ยื่นคำร้องขอรับนักเรียนเพิ่มจาก ๔๕๐ คนเป็น ๕๕๐ คน

ปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ต้นปีเป็นระหว่างที่โรงเรียนได้สร้างอาคารเรียนใหม่เสร็จเรียบร้อย  และได้ย้ายมาเรียนที่ใหม่ ใช้ชื่อว่า “อาคารประถม ๑”  ต่อมาเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก ประเสริฐ  น้อยคำศิริ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๐๙ ในเดือนพฤษภาคมได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มค่าเล่าเรียน เป็น  ป.๑ – ป.๔ เก็บปีละ ๒๔๐ บาท ชั้น ป.๕ – ป.๗ เก็บปีละ ๓๐๐ บาท และเก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ต่อปี ได้แก่ ค่าบำรุงห้องสมุด คนละ ๑๐ บาท ค่าบำรุงกีฬา คนละ ๑๕ บาท ค่าเวชภัณฑ์ คนละ ๑๐ บาท และค่าบำรุงการกุศล คนละ ๑๐ บาท



บริเวณที่ตั้งอาคารเรียน 
“อาคารประถม ๑ พุทธศักราช ๒๕๐๙


 อาคารเรียน “อาคารประถม ๑ ก่อนการรื้อถอนแล้วสร้างอาคารหลังใหม่
 

ปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ เปลี่ยนเจ้าของจัดตั้งโรงเรียนเป็น นาวาเอก โสภณ     สุญาณเศรษฐกร ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๗ และ นาวาเอก เกษม ลิขิตวงศ์ เป็น ผู้จัดการ ได้รับเงินช่วยเหลือจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล สร้างตึกที่ทำงาน ๑ หลัง ราคา ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาท) และปรับปรุงอัตราเงินเดือนครูให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ปีพุทธศักราช ๒๕๑๒ ได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงเวลาเรียนดังนี้ เปิดทำการสอนเวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา พักกลางวัน ๑๑.๓๐ นาฬิกา เข้าเรียน ๑๒.๓๐ นาฬิกา พักน้อยเวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา เข้าเรียนเวลา ๑๔.๔๐ นาฬิกา เลิกเรียนเวลา ๑๕.๔๐ นาฬิกา


นาวาเอก โสภณ  สุญาณเศรษฐกร


                ปีพุทธศักราช ๒๕๑๗  ได้ยื่นคำร้องขอเก็บค่าธรรมเนียมการเรียน ชั้นประถมศึกษาตอนต้น เป็นปีละ ๓๐๐ บาท เฉพาะนักเรียนที่เข้าใหม่ ส่วนนักเรียนที่เรียนอยู่แล้วให้คงเก็บอัตราเดิมปีพุทธศักราช ๒๕๑๘ ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทัพไทย เป็นเงิน ๑๔๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนสี่หมื่นบาท) เพื่อสร้างโรงพลศึกษา และสร้างห้องน้ำสำหรับนักเรียน จำนวน ๑๖ ห้อง  และขอเปลี่ยนแปลงการเปิด/ปิด ภาคเรียนเป็น ๒ ภาคเรียน คือภาคเรียนที่ ๑  เปิดเรียนวันที่ ๑ มิถุนายน ถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ภาคเรียนที่ ๒ เปิดเรียน ๑ พฤศจิกายน ถึง ๑๕ มีนาคม และขอเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมการเรียน ชั้นประถมศึกษาตอนต้นถึงประถมศึกษาตอนปลาย เป็นปีละ ๖๐๐ บาท

               

                ปีพุทธศักราช ๒๕๑๙  กองทัพไทยสนับสนุนเงิน จำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาท) เพื่อจัดทำท่อระบายน้ำ


                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๐  ได้เปลี่ยนผู้จัดการเป็น  นาวาเอก โอภาส  จำรัสศรี รับใบอนุญาตเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ กองทัพไทยสนับสนุนเงิน จำนวน ๔๕,๐๐๐ บาท (สี่หมื่นห้าพันบาท) จัดซื้อโต๊ะเรียน เครื่องเล่นอนุบาล และสร้างสนามเด็กเล่น

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๑  ขอเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมการเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ เก็บปีละ ๘๐๐ บาท แบ่งเก็บเป็นสองครั้ง

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๒  เปลี่ยนเจ้าของ จัดตั้งโรงเรียน เป็น พลเรือตรี ยุธยา  เชิดบุญเมือง ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๘ รับใบอนุญาตเมื่อวันที่



พลเรือตรี ยุธยา  เชิดบุญเมือง

๓๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๒ และขอเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมการเรียน ชั้นประถมศึกษา ปีละ ๑,๐๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๓  โรงเรียนได้ยื่นคำร้องขอขยายชั้นอนุบาลปีที่ ๑ และปีที่ ๒ ได้เปลี่ยนผู้จัดการเป็นพลเรือตรี ประเสริฐ น้อยคำศิริ เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๓

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๔  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี เกษม  เมฆลอย เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๔

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๕  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น  พลเรือตรี ไพโรจน์  พูนสวัสดิ์  เมื่อวันที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๒๕  พลเรือตรี ยุธยา  เชิดบุญเมือง เจ้าของจัดตั้งโรงเรียน ขอเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนระดับอนุบาล ๑ ถึง ๒ ปีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง

         


พลเรือโท ประเสริฐ  น้อยคำศิริ
 

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๖  โรงเรียนได้ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม การเรียน ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นไม่เกินปีละ ๑,๓๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง และได้เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน (เดิมเป็นใบอนุญาต ให้เป็นเจ้าของจัดตั้งโรงเรียน) เป็น พลเรือโท ประเสริฐ น้อยคำศิริ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๙ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๖ และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี อุดมศักดิ์ ราชรัตนารักษ์

                ปีพุทธศักราช ๒๕๒๗ สมาคมภริยาทหารเรือ มอบเงินให้จำนวน ๒๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อสมทบสร้างอาคารอนุบาลและได้เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียน เอกชน เป็น พลเรือโท เกษม เมฆลอย ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๐ เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๒๗ 


พลเรือโท เกษม  เมฆลอย

            ปีพุทธศักราช ๒๕๒๘  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี ดำรง  วนดิลก

                ปีพุทธศักราช ๒๕๓๐  ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงอายุการรับนักเรียน  ระดับอนุบาล ๑ ถึง ๒ รับอายุ ๓ ถึง ๖ ๑/๒ ปี และระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ รับอายุ ๕ ถึง ๑๖ ปี

 



พลเรือโท ปรีดา  กาญจนรัตน์
 


            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๑
  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น พลเรือตรี ปรีดา กาญจนรัตน์ ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๑ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๑  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น  พลเรือตรี ประพร  จรูญพร

            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๒  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี สุมิตร  ชื่นมนุษย์

            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๔  เปลี่ยนผู้จัดการเป็นพลเรือตรี สิทธิวัฒน์  หาญสมบูรณ์ พลเรือตรี สรรค์ชัย   แจ้งศรีสุข และ  พลเรือตรี ณฤดล  ปุราคำ ตามลำดับ



พลเรือโท นคร พิบูลย์สวัสดิ์
 


            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕
  ได้รับอนุญาตให้เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน นักเรียนระดับอนุบาลปีที่ ๑ และระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ เก็บปีละ ๒,๐๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง และระดับอนุบาลปีที่ ๒ ประถมศึกษาปีที่ ๒ ถึง ๖ เก็บปีละ ๑,๙๖๐ บาท  แบ่งเก็บปีละสองครั้ง และเปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต   เป็น  พลเรือตรี นคร  พิบูลย์สวัสดิ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน  ลำดับที่ ๑๒ เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็นพลเรือตรี มานิตย์  ดีมาก



พลเรือโท มนัส  ปิ่นกุลบุตร
 


                และเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๕  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น      พลเรือโท มนัส  ปิ่นกุลบุตร  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชานาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๓ ในวันที่ ๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๓๕   เมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๓๕ ได้รับอนุญาตให้ขยายชั้นเรียนระดับอนุบาลศึกษาเปลี่ยนเป็น ทำการสอนชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๓

            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๖  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี ธำรง  ไก่แก้ว และขอเพิ่มนักเรียนเป็น ๗๐๐ คน

 



พลเรือโท ตรีรัตน์  ชมะนันทน์
 


            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๗
 เปลี่ยนผู้ จัดการเป็นพลเรือตรี พิชาชาญ ทรัพย์บุญมี เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น พลเรือตรี ตรีรัตน์ ชมะนันทน์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ      นาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๔ เมื่อวันที่  ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

 



พลเรือโท  จุมพล  หงส์ทอง
 


            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๘
  เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน นักเรียนระดับอนุบาลปีที่ ๑ ปีละ ๓,๒๐๐ บาท ชั้นอนุบาลปีที่ ๒ ถึง ๓ เก็บปีละ ๑,๙๔๐ บาท และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เก็บปีละ ๓,๒๐๐ บาท ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ถึง ๖ เก็บปีละ ๑,๙๔๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง และให้ซ่อมแซมอาคารประถมศึกษา ๑ ในวงเงิน ๑,๐๕๐,๐๐๐ บาท และเปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือตรี จุมพล หงส์ทอง      ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการ นาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๕ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๓๘  และเปลี่ยน ผู้จัดการเป็น นาวาเอก เรวัติ  ทองประเสริฐ

 

 



พลเรือโท วสินธ์  สาริกะภูติ


            ปีพุทธศักราช ๒๕๓๙
  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือตรี วสินธ์ สาริกะภูติ    ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๖ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม  พุทธศักราช ๒๕๓๙  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก อภิวัฒน์  สมัคงาน  และเก็บค่าธรรมเนียมการเรียน นักเรียนระดับอนุบาล ปีละ ๔,๐๐๐ บาท และชั้นประถมศึกษา เก็บปีละ ๔,๐๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง สร้างอาคารอนุบาลหลังใหม่ ในวงเงิน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๐  เปลี่ยนผู้จัดการเป็นนาวาเอก ทวีศักดิ์  บุรุษานนท์

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑  ให้สร้างอาคารประถมศึกษา ๒  ในวงเงิน ๒,๗๐๙,๘๕๐ บาท และเพิ่มความจุนักเรียนจาก ๗๐๐ คน เป็น ๙๐๐ คน และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก ประพนธ์  จันทรวงศ์ 



พลเรือโท มานิตย์  ดีมาก

 


            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๒
  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น  พลเรือโท มานิตย์  ดีมาก     ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๗ เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม  พุทธศักราช ๒๕๔๒ และมีพิธีเปิดอาคารประถมศึกษา ๒ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒ และเปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็นพลเรือโท เชษฐ โกมลฐิติ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๘ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๒

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๓ เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน นักเรียนระดับอนุบาลปีที่ ๑ – ปี ๓ ไม่เกินปีละ ๔,๖๐๐ บาท และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ เก็บปีละ ๔,๖๐๐ บาท แบ่งเก็บสองครั้ง เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็นพลเรือโท วัฒนา วงศ์วิเชียร  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๑๙ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น    พลเรือตรี ต่อบุญ ไกรฤกษ์


พลเรือโท เชษฐ  โกมลฐิติ

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๔  ขอใช้อาคารเรียนมีอาคารไม้ ๒ ชั้นจำนวน ๑ หลัง ๑๕ ห้องเรียน อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ ชั้น จำนวน ๒ หลัง ๙ ห้องเรียน และอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น จำนวน ๑ หลัง ๓ ห้องเรียน รวม ๒๗ ห้องเรียน มีอาคารโรงอาหาร จำนวน ๑ หลัง และอาคารเอนกประสงค์ จำนวน ๑ หลังความจุของนักเรียนทั้งโรงเรียน  จำนวน ๒๗ ห้อง ๑,๑๗๐ คน และเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต  เป็น  พลเรือโท เทิดศักดิ์  เสถียรสวัสดิ์  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๐


พลเรือโท วัฒนา  วงศ์วิเชียร


พลเรือโท เทิดศักดิ์  เสถียรสวัสดิ์


            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๕
  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก ธำรง  เดชวรรณ

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๖  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น  พลเรือโท วิรัตน์  ดำรงเจริญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๐เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖  และเปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก วีระเกียรติ  ตรีรัตน์พันธุ์


พลเรือโท สีวิชัย  สิริสาลี


            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗
  เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี ประเสริฐ ชื่นจิตต์ และ เปลี่ยนเป็น นาวาเอก บรรจบ  ปรีชา ตามลำดับ

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๘  เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต เป็น พลเรือโท สีวิชัย   สิริสาลี  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๒ เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๘ และ ในวันที่ ๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ เปลี่ยนผู้จัดการเป็น พลเรือตรี สุธี  เสถียรไทย

            ปีพุทธศักราช ๒๕๔๙  ขอเปลี่ยนระเบียบการโรงเรียน “ระเบียบการโรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ ๒๕๐๗ ถนนเสนาพิทักษ์ ค่ายกรมหลวงชุมพร ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ๒๐๑๘๐ (ฉบับใหม่)” และได้มีนโยบายขยายหลักสูตรการเรียนการสอนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยในปีการศึกษา ๒๕๔๙ เริ่มเปิดการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ พร้อมทั้งก่อสร้าง “อาคารอนุสรณ์ ๕๐ ปี หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน” ซึ่งเป็นอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ ชั้น ใช้งบประมาณของโรงเรียน เป็นเงินจำนวน ๑๔,๙๓๒,๕๕๖.๘๒ บาท และ เก็บค่าธรรมเนียมการเรียน นักเรียนระดับอนุบาลปีที่ ๑  ไม่เกินปีละ ๙,๔๒๐ บาท และอนุบาลปีที่ ๒ ถึง ๓ ปีละไม่เกิน ๔,๙๖๐ บาท ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ เก็บปีละไม่เกิน ๔,๔๖๐ บาท ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ถึง ๓ ปีละไม่เกิน ๓,๙๐๐ บาท    แบ่งเก็บเป็นสองภาคเรียนเท่า ๆ กัน และขอเปลี่ยนแปลงอายุการรับนักเรียนเป็น รับนักเรียนตั้งแต่อายุ ๓ ปี ถึง ๑๖ ปี



พลเรือโท สุวิทย์  ธาระรูป


            ปีพุทธศักราช ๒๕๕๐
 ได้ก่อสร้าง  “อาคารอนุสรณ์   พลเรือตรี สนอง   นิสาลักษณ์”  ซึ่งเป็นอาคารเรียนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๔ ชั้น แทนอาคารประถม ๑ โดยใช้เงินงบประมาณจากสวัสดิการภายในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เงินอุดหนุน และเงินบริจาคต่าง ๆ  เป็นเงินจำนวน ๑๕,๙๘๒,๑๖๙.๑๐ บาท แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาต  เป็น พลเรือโท     สุวิทย์ ธาระรูป   ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๓ ได้ดำเนินการก่อสร้างต่อโดยใช้เงินสวัสดิการภายในหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จำนวน ๓,๗๐๘,๓๓๔.๐๐ บาทและวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ เปลี่ยนผู้จัดการเป็น นาวาเอก อภิสิทธิ์  สุนทรเรขา

            ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑  ได้ปรับปรุงห้องโถงของอาคารอนุสรณ์ พลเรือตรี สนอง  นิสาลักษณ์ ห้องโถงชั้นที่ ๔ จัดเป็นห้องเกียรติยศ พลเรือตรี สนอง  นิสาลักษณ์  ห้องโถงชั้นที่ ๓  เป็นห้องประวัติการก่อสร้างโรงเรียนนาวิกโยธินบูรณะ และห้องโถงชั้นที่ ๒ เป็นห้องแสดงผลงานดีเด่นของนักเรียน และกระทำพิธีเปิดอาคารอนุสรณ์ พลเรือตรี สนอง นิสาลักษณ์  ในวันศุกร์ที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑  เวลา ๑๐.๔๙ นาฬิกา โดยแพทย์หญิง คุณหญิง อนันต์ นิสาลักษณ์ กรุณาให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี โดยต่อไปโรงเรียนจะมีอาคารเรียนจำนวน ๕ หลัง ความจุนักเรียนทั้งโรงเรียน จำนวน ๑,๓๕๐ คน


พลเรือโท พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ 

            ปีพุทธศักราช ๒๕๕๓   เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือโท พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๔  เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๓

            ได้มีการก่อสร้าง ศาลาวาสิตฐีเพื่อ เป็นสถานที่พักคอย สำหรับนักเรียนและผู้ปกครอง ใช้เป็นจุดนัดพบ ตลอดทั้งเป็นแหล่งประกาศและเผยแพร่ข่าวสารต่างๆของโรงเรียน ดำเนินการก่อสร้างโดยกำลังพลของกองพันทหารช่างกองพลนาวิกโยธิน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ พลเรือโท ประเสริฐและนาวาเอกหญิง อนงค์ น้อยคำศิริ อนุเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง

พลเรือโท สนธยา  น้อยฉายา

             ปีพุทธศักราช ๒๕๕๕   เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือโท สนธยา  น้อยฉายา  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๕  เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕

พลเรือโท ธนะกาญจน์  ใคร่ครวญ

              ปีพุทธศักราช ๒๕๕๗   เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือโท     ธนะกาญจน์  ใคร่ครวญ  ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๖  เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗

พลเรือโทรัตนะ  วงษาโรจน์

ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ เปลี่ยนผู้รับใบอนุญาตเป็น พลเรือโทรัตนะ  วงษาโรจน์

 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ลำดับที่ ๒๗

เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๙

view